ความหวังชของครูไทยคนหนึ่ง

จากblogของ

ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
ข้าราชการ
ร.ร.บ้านกร่างวิทยาคม

สวัสดีครับนักเรียนทุกคน !

เห็นพวกเราแล้ว ก็ได้แต่นึกสงสัย เชื่อมั้ย? เมื่อครูเป็นครูใหม่ๆได้ 2-3 ปี ครูเป็นครูมาเกือบ 25 ปีแล้วนะ ครูนึกอย่างนี้.. 

โรงเรียนไม่ต้องมีถังขยะเลย มีแห่งเดียวก็พอในที่ลับตา ในห้องเรียนและบริเวณทั่วไปไม่ต้องมี ไม่ต้องตั้งไว้เลย แล้วทำไง? นักเรียนแต่ละคนก็รวบรวมขยะที่เกิดขึ้นจากตัวเอง ไปทิ้งเอง ในที่ที่เดียวกันทั้งหมด ซึ่งโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ 

โรงเรียนไม่ต้องมีนาฬิกาบอกเวลาอะไรต่างๆ ไม่ต้องมีเสียงสัญญาณ นักเรียนทุกคนจะรู้เวลาเอง ไปเรียนต่อ หมดชั่วโมง หมดวิชานี้แล้ว ถึงเวลาเข้าเรียน นักเรียนรู้เองทั้งหมด หลายคนมีนาฬิกาส่วนตัวอยู่ที่ข้อมือของแต่ละคนอยู่แล้ว..ทุกคนรู้เวลา

จะว่าเป็นความฝันของครูขณะนั้นเลยก็ว่าได้ แต่เวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้..ครูไม่มั่นใจแล้วว่าจะเป็นไปได้ ทั้งๆที่ไม่น่าใช่เรื่องยากเย็นอะไร ใช่มั้ยนักเรียน? แต่ก็ไม่ถึงกับสิ้นหวังหรอกนะ 

เพราะอะไร ก็แค่นักเรียนมีความรับผิดชอบ มีความตระหนัก อะไรควร อะไรไม่ควร ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แค่นั้นไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมไม่ได้

ขณะนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติ สังเกตดู ทุกวันที่ครูอยู่แถวนี้ พี่ๆกรรมการนักเรียนก็บอกไป สั่งไป ไม่เห็นฟัง หลายคนยังเล่น ยังพูด ยังคุยไม่หยุด รอครู ให้ครูดุเสียก่อน ต้องว่า รอให้ครูสั่ง ซ้ายหันขวาหัน รอการกำกับควบคุม จึงจะทำได้ หากครูปล่อย ครูไม่คุม ไปไม่เป็นเลย คิดไม่ออก คิดไม่ได้ สะเปะสะปะอย่างที่เห็น 

นี่ก็อีกอย่างเคยฝัน อยากเรียกว่าฝัน เพราะไม่เห็นแววจะเป็นจริง ทั้งที่ไม่น่ายาก อย่างนี้ได้มั้ย? นักเรียนจัดการกันเองทั้งหมด ครูไม่ต้องยุ่ง ครูแค่แอบๆดูบ้าง โดยซ่อนตัวตามห้องหับต่างๆบนอาคาร คอยแอบดูเท่านั้น ตรงนี้ เวทีนี้ นักเรียน ประธาน หรือกรรมการนักเรียน ดำเนินการเองทั้งหมด ประสาแค่กิจกรรมหน้าเสาธงที่เราทำกันทุกๆวัน ทำได้มั้ย? เหมือนจะได้ใช่มั้ย? แต่.. 

จึงอยากจะเรียกว่าฝันไง เพราะจนป่านนี้ยังไม่เคยเห็น ก็แค่นักเรียนมีความรับผิดชอบใช่มั้ย? รับผิดชอบตัวเอง ตระหนัก ในใจต้องเกิด ว่าเรื่องนี้สำคัญ ควรทำ ไม่ควรทำ เวลานี้ สถานที่นี้ ต้องทำอย่างไร ต้องทำอะไร 

แม้แต่เรื่อง“เฆี่ยนตี” ช่วงระเบียบศธ.นี้ออกใหม่ๆในสมัยรัฐมนตรีท่านหนึ่ง จำแม่นเลย ครูก็เห็นด้วยนะ จะได้เหมือนอารยประเทศเขา ประเทศที่เจริญแล้ว พัฒนาแล้วทั้งหลายเขาไม่ตี ลงโทษกันด้วยวิธีอื่นถ้าผิด แต่ต่อมาๆเริ่มคิด เริ่มสรุป ยังทำไม่ได้หรอก เลิกตีไม่ได้ กับนักเรียนบางคน..ไม้เรียวยังจำเป็น 

หนึ่งต้องโทษพ่อแม่เรื่องการดูแลอบรม สองต้องโทษครูที่ไม่สามารถจะสร้างให้นักเรียนเกิดความรับผิดชอบ ใจจริงผมโทษสภาพแวดล้อมของสังคมในขณะนี้ด้วย เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยปากออกไป อันเนื่องด้วยเวลา

ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเรื่องของครูอย่างผม“บ่นเด็กๆ”ที่หน้าเสาธง เมื่อเช้านี้เอง.. 

นึกถึงดวงอาทิตย์ ซึ่งถ่ายไว้เมื่อวานครับ แม้หมู่เมฆแน่นหนา แต่แสงก็ยังลอดผ่านจนได้

จะว่าเป็นความฝันของครูขณะนั้นเลยก็ว่าได้ แต่เวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้..ครูไม่มั่นใจแล้วว่าจะเป็นไปได้ ทั้งๆที่ไม่น่าใช่เรื่องยากเย็นอะไร ใช่มั้ยนักเรียน? แต่ก็ไม่ถึงกับสิ้นหวังหรอกนะ 

เพราะอะไร ก็แค่นักเรียนมีความรับผิดชอบ มีความตระหนัก อะไรควร อะไรไม่ควร ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แค่นั้นไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมไม่ได้

 

ขณะนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติ สังเกตดู ทุกวันที่ครูอยู่แถวนี้ พี่ๆกรรมการนักเรียนก็บอกไป สั่งไป ไม่เห็นฟัง หลายคนยังเล่น ยังพูด ยังคุยไม่หยุด รอครู ให้ครูดุเสียก่อน ต้องว่า รอให้ครูสั่ง ซ้ายหันขวาหัน รอการกำกับควบคุม จึงจะทำได้ หากครูปล่อย ครูไม่คุม ไปไม่เป็นเลย คิดไม่ออก คิดไม่ได้ สะเปะสะปะอย่างที่เห็น 

นี่ก็อีกอย่างเคยฝัน อยากเรียกว่าฝัน เพราะไม่เห็นแววจะเป็นจริง ทั้งที่ไม่น่ายาก อย่างนี้ได้มั้ย? นักเรียนจัดการกันเองทั้งหมด ครูไม่ต้องยุ่ง ครูแค่แอบๆดูบ้าง โดยซ่อนตัวตามห้องหับต่างๆบนอาคาร คอยแอบดูเท่านั้น ตรงนี้ เวทีนี้ นักเรียน ประธาน หรือกรรมการนักเรียน ดำเนินการเองทั้งหมด ประสาแค่กิจกรรมหน้าเสาธงที่เราทำกันทุกๆวัน ทำได้มั้ย? เหมือนจะได้ใช่มั้ย? แต่.. 

จึงอยากจะเรียกว่าฝันไง เพราะจนป่านนี้ยังไม่เคยเห็น ก็แค่นักเรียนมีความรับผิดชอบใช่มั้ย? รับผิดชอบตัวเอง ตระหนัก ในใจต้องเกิด ว่าเรื่องนี้สำคัญ ควรทำ ไม่ควรทำ เวลานี้ สถานที่นี้ ต้องทำอย่างไร ต้องทำอะไร

แม้แต่เรื่อง“เฆี่ยนตี” ช่วงระเบียบศธ.นี้ออกใหม่ๆในสมัยรัฐมนตรีท่านหนึ่ง จำแม่นเลย ครูก็เห็นด้วยนะ จะได้เหมือนอารยประเทศเขา ประเทศที่เจริญแล้ว พัฒนาแล้วทั้งหลายเขาไม่ตี ลงโทษกันด้วยวิธีอื่นถ้าผิด แต่ต่อมาๆเริ่มคิด เริ่มสรุป ยังทำไม่ได้หรอก เลิกตีไม่ได้ กับนักเรียนบางคน..ไม้เรียวยังจำเป็น 

หนึ่งต้องโทษพ่อแม่เรื่องการดูแลอบรม สองต้องโทษครูที่ไม่สามารถจะสร้างให้นักเรียนเกิดความรับผิดชอบ ใจจริงผมโทษสภาพแวดล้อมของสังคมในขณะนี้ด้วย เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยปากออกไป อันเนื่องด้วยเวลา

ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเรื่องของครูอย่างผม“บ่นเด็กๆ”ที่หน้าเสาธง เมื่อเช้านี้เอง.. 

นึกถึงดวงอาทิตย์ ซึ่งถ่ายไว้เมื่อวานครับ แม้หมู่เมฆแน่นหนา แต่แสงก็ยังลอดผ่านจนได้

คำถามที่ครูหลายคนถามตนเองอย่างเหนื่อยใจ ทำไมเด็กไทยไม่รู้จักระเบียบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: