รวมงานเทศกาลเดือนกุมพาพันธ์

กุมภาพันธ์

งานกาชาด ดอกฝ้ายบาน มะขามหวามเมืองเลย จังหวัดเลย
งานมหกรรมหุ่นฝางนก งานของดี และงานกาชาด จังหวัดชัยนาท
งานเมืองสามหมอก จังหวัดแม่ฮ่องสอน
งานพระนครคีรีเมืองเพชร จังหวัดเพชรบุรี
งานไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่
งานสะโตกช้างลำปาง จังหวัดลำปาง
งานไหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่แห่ตุงหลวง จังหวัดแพร่
งานนมัสการพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก
งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี
งานนมัสการองค์พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม
งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานี
งานมหกรรมโปงลางแพรวา และงานกาชาด จังหวัดกาฬสินธุ์
งานบุญเบิกฟ้าและกาชาด จังหวัดมหาสารคาม
งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม
งานวันมะปรางหวาน และของดีที่นครนายก จังหวัดนครนายก
งานวันวีรชนค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
งานนมัสการรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
งานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช
งานนบพระเล่นเพลงและฉลองมรดกโลก จังหวัดกำแพงเพชร

การแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ รายการ แนสชาแลนจ์ 2011

สำหรับคนชอบแข่งรถ

ชมรมบูมเมอร์แรงออฟโรด จังหวัดตรัง ร่วมกับสมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ (ออฟโรด) รายการแนสชาแลนจ์ ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2554 ณ จังหวัดตรัง

แบ่งการแข่งขันเป็น 3 รุ่น ประกอบด้วย

  1. รุ่น Buggy extreme (รถการ์ตูน)
  2. รุ่น Open Adventure (รถท่องเที่ยวป่า)
  3. รุ่น Light Core (คานแข็ง-ปีกนก)

ซึ่งการแข่งขันรายการแนสชาแลนจ์ทุกปีที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากผู้รักและชื่นชอบการขับขี่รถออฟโรดจากชมรมออฟโรดทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีนักแข่งจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย เข้าร่วมการแข่งขันด้วย

สำหรับผู้ต้องการชมการแข่งขันสามารถชมการแข่งขันได้ดังนี้

  • พิธีเปิดการแข่งขัน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณหอนาฬิกา ถนนวิเศษกุล
  • การแข่งขัน ณ สนามแข่งขัน ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 08.00-22.00 น. และวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 06.30-15.00 น.
  • พิธีปิดการแข่ง การประกาศผลและมอบรางวัล วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 17.00 น. ณ ลานข้างอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์

พิธีวิวาห์ใต้สมุทร ประจำปี 2554

ข้อมูลงานวิวาใต้สมุดเตรียมรับเทศกาลแห่งความรัก

หอการค้าจังหวัดตรัง ร่วมกับ จังหวัดตรัง, เทศบาลนครตรัง, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริม การท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ “พิธีวิวาห์ใต้สมุทร” ปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่ 15 ขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2554 เพื่อฉลองเทศกาลวันแห่งความรัก ณ จังหวัดตรัง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ให้นักท่องเที่ยวรู้จักตรัง ที่เป็นเมืองที่มีความงดงามของท้องทะเล ดินแดนแห่งความรัก มีมนต์เสน่ห์สำหรับท่องเที่ยว ภายใต้ concept ของ “Romantic Destination”

พิธีวิวาห์ใต้สมุทร เป็นการเผยแพร่พิธีแต่งงานที่งดงามแบบไทยให้นักท่องเที่ยว คู่รักและนักดำน้ำ ชาวต่างประเทศที่สนใจได้เข้าร่วมงาน โดยนำเสนอความเป็นไทยแท้ เริ่มตั้งแต่พิธีทางศาสนา พิธีแห่ขันหมาก พิธีรดน้ำสังข์ พิธีการส่งตัวเข้าหอ โดยยึดคติความเชื่อที่ว่า ต้องมีคู่รักที่อยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่ามาทำพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล แม้แต่การแต่งกายของคู่บ่าวสาวที่เน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทย ใช้ผ้าไทยนำมาตัดเย็บซึ่งจะสร้างความประทับใจให้กับคู่บ่าวสาวทุกคู่ที่ได้เข้าร่วมงาน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง จึงขอเชิญชวน คู่รักนักดำน้ำ หรือคู่รักทั่วไป สมัครร่วมพิธีวิวาห์ฯ พร้อมทั้งขอเชิญนักท่องเที่ยวชมกิจกรรมการจัดงานได้แก่ พิธีรดน้ำสังข์ ณ บริเวณใกล้บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ชมขบวนพาเหรด ตั้งแต่หน้าเทศบาลนครตรัง ไปตามถนนพระรามหกถึงสถานีรถไฟตรัง และพิธีรถน้ำสังข์ทราย ณ เกาะกระดาน

มหัศจรรย์ตรุษจีนนครตรัง

กระทุนี้เริ่มเนาะนำงานเทศกาลเดือนกุมพาแล้วครับ

อังคาร 1 กุมภาพันธ์ 2554 ถึง เสาร์ 26 กุมภาพันธ์ 2554

ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2554 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจังหวัดตรัง มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดตรัง เยี่ยมชมกิจกรรมและชมแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย ทั้ง ถ้ำ น้ำตก ป่าเขา หาดทรายชายทะเล เกาะแก่ง และสัมผัสเอกลักษณ์ความเป็นตรัง ในด้านต่างๆ เช่น วิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม โดยมีการจัดกิจกรรมดีๆ และสนุกสนานรอคอยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสดังนี้

เทศบาลนครตรัง จัดงานเทศกาลตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2554 ณ บริเวณถนนราชดำเนิน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหญ่ของจีน มีการประดับตกแต่งบ้านเมืองอย่างสวยงามให้เข้ากับบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน เพื่อต้อนรับและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว และกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ

มหัศจรรย์ตรุษจีนนครตรัง
การประกวดหนูน้อยอั่งเปา สำหรับเด็กทั้งชายและหญิง อายุ 5-7 ปี

  • การประกวดไชน่าเกิร์ล สำหรับสาวหมวย อายุ 15-20 ปี
  • การจำหน่ายขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง และของดีเมืองตรัง
  • การแสดงมังกรเบิกฟ้ามหานครตรัง
  • การแสดงจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดตรัง
  • การโชว์ตัวของดารานักแสดง จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา และ เก้า-จิรายุ ละอองมณี
  • พิธีรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภ องค์ไฉ่ซิงเอี้ย

ฝากบุญ

เราเกิดมาย่อมมีกรรมเป็นของตนเองไม่ว่าจะเกิดที่ไหน
ก็ต้องมีกรรมติดมาด้วยและเราทุกคนนั้นก็ไม่สามารถหนีพ้นจากเวรกรรมได้
เลยถึงแม้ว่าจะมีฤทธิ์มากขนาดไหนก็ตามก็ไสมารถที่จะหนีกรรมที่เราเคยสร้างได้เลยแม้แต่พระโมคคัลานะซึ่งเป็นเอกอัครสาวกเบื่องซ้ายที่มีฤทธิ์มาก
ก็ยังไม่สามารถหนีพ้นจากเวรกรรมได้เพราะฉะนั้นเราควรที่จะสร้างแต่กรรมดีละเว้นกรรมชั่วและควรเจริญวิปัสสนาด้วยเพราะว่าจะได้พ้นจากความทุกข์ทั้งปวงเพราะพระนิพพานนั้นท่านกล่าวไว้ว่าเป็นทางอันประเสริฐและเป็น
หนทางสูงสุดของพระพุทธศาสนานั้นเอง
เอาบุญมาฝากวันนี้ตั้งใจว่าจะถวายสังฆทาน เจริญวิปัสสนา ให้ธรรมะเป็นทาน
รักษาศีล ให้อภัยทาน เมื่อวานนี้ได้รักษาอาการป่วยของแม่ สวดมนต์ ถวายดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย ถวายข้าวพระพุทธ สักการะพระธาตุ วันนี้ตั้งใจว่าจะสร้างความดีต่อไปเรื่อยๆ และสร้างบารมีให้ครบทั้ง 10 อย่าง ขอให้อนุโมทนาบุญด้วย
ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี สร้างบันไดพญานาคกับเสนาสนะ กับพระครูบาวิทูรย์ ชินวโร ณ.ปริยนันท์ธรรมสถาน จ.นครสวรรค์
สามารถร่วมทำบุญได้ที่ บัญชี พระวิทูรย์ ชินะวรรณา ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาวชิรพล (รามอินทรา) บัญชีออมทรัพย์ 161-2-18388-4 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณคริส 085-877-5227
วัดป่าปัญญโรจน์ จังหวัดตาก
ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพกระเบื้องแกรนิตโต้ปูพื้นฐานองค์พระใหญ่
สมเด็จองค์ปฐมต้นพุทธประทานพร ประดับพื้นผิวด้วยพลอยทั้งองค์ ถึงจำนวนมากกว่า 10 ตัน
จำนวน 209 กล่อง กล่องละ 350 บาท ตรงกับวันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 เวลา 07.00 น.
ณ วัดป่าปัญญโรจน์ ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก
******************************************************************

เนื่องด้วยวัดป่าปัญญโรจน์ ได้ดำเนินการสร้างองค์พระใหญ่พระสมเด็จองค์ปฐมต้นพุทธประทานพร ชึ่งในปัจจุบัน ได้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนของการประดับพื้นผิวด้วยพลอยในชั้นแรกอยู่ และใต้ฐานองค์พระจัดให้เป็นห้องปฏิบัติธรรมพิพิธภัณฑ์ในทางพระพุทธศาสนา และกำลังเร่งรีบในการปูพื้นหินแกรนิตโต้อยู่เพื่อให้ทันในประโยชน์ในช่วงงานปฏิบัติธรรมบรรพชา-อุปสมบทภาคฤดูร้อน แต่ยังขาดจตุปัจจัยสำหรับใช้จัดชื้อหากระเบื้องอยู่ชึ่งจะต้องใช้ถึงจำนวน 209 กล่อง ตกราคากล่องละ 350 บาท จึงได้บอกบุญมายังท่านผู้ใจบุญทุกท่าน ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมกันในการปูพื้นกระเบื้องให้แล้วเสร็จเพื่อให้ทันใช้ในการปฏิบัติธรรมบรรพชา-อุปสมบทภาคฤดูร้อน ที่จะถึงในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
ด้วยพลานิสงค์อานุภาพแห่งผลบุญในครั้งนี้ ขอบุญกุศลนี้ได้ช่วยส่งเสริมอุปถัมภ์ค้ำจุนให้ทุกท่านได้ดวงตาเห็นธรรม ประสบแต่ความสุขความเจริญสุขสมหวังในสิ่งที่พึงปราถนาทุกประการ ปราศจากโรคา พยาธิเบียดเบียน มีโอกาสได้เข้าถึงพระนิพพานในอนาคตอันใกล้นี้ เทอญฯ

กำหนดการ
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 บวชชีพราหมณ์ ปฏิบัติธรรมแบบอุกฤษ ถือธุดงค์วัตรไม่นอน อยู่กลดโคนไม้ ไม่นอน มื้อเดียว สวดมนต์วันละ 7 ครั้ง จำนวน 3 วัน 2 คืน
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2554 ทำพิธีทอดผ้าป่า ปฏิบัติธรรม กรรมฐานภาวนา เวียนเทียน
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 ผู้ปฏิบัติธรรมลาศีลชีพราหมณ์
ติดตามข่าวสารวัด วัดป่าปัญญโรจน์
ร่วมเป็นเจ้าภาพชื้ออีพ๊อกซี่ติดพลอยส่วนพระพักตร์สมเด็จองค์ปฐมต้นกิโลละ250บาท โทร.089-2378988

ความหวังชของครูไทยคนหนึ่ง

จากblogของ

ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
ข้าราชการ
ร.ร.บ้านกร่างวิทยาคม

สวัสดีครับนักเรียนทุกคน !

เห็นพวกเราแล้ว ก็ได้แต่นึกสงสัย เชื่อมั้ย? เมื่อครูเป็นครูใหม่ๆได้ 2-3 ปี ครูเป็นครูมาเกือบ 25 ปีแล้วนะ ครูนึกอย่างนี้.. 

โรงเรียนไม่ต้องมีถังขยะเลย มีแห่งเดียวก็พอในที่ลับตา ในห้องเรียนและบริเวณทั่วไปไม่ต้องมี ไม่ต้องตั้งไว้เลย แล้วทำไง? นักเรียนแต่ละคนก็รวบรวมขยะที่เกิดขึ้นจากตัวเอง ไปทิ้งเอง ในที่ที่เดียวกันทั้งหมด ซึ่งโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ 

โรงเรียนไม่ต้องมีนาฬิกาบอกเวลาอะไรต่างๆ ไม่ต้องมีเสียงสัญญาณ นักเรียนทุกคนจะรู้เวลาเอง ไปเรียนต่อ หมดชั่วโมง หมดวิชานี้แล้ว ถึงเวลาเข้าเรียน นักเรียนรู้เองทั้งหมด หลายคนมีนาฬิกาส่วนตัวอยู่ที่ข้อมือของแต่ละคนอยู่แล้ว..ทุกคนรู้เวลา

จะว่าเป็นความฝันของครูขณะนั้นเลยก็ว่าได้ แต่เวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้..ครูไม่มั่นใจแล้วว่าจะเป็นไปได้ ทั้งๆที่ไม่น่าใช่เรื่องยากเย็นอะไร ใช่มั้ยนักเรียน? แต่ก็ไม่ถึงกับสิ้นหวังหรอกนะ 

เพราะอะไร ก็แค่นักเรียนมีความรับผิดชอบ มีความตระหนัก อะไรควร อะไรไม่ควร ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แค่นั้นไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมไม่ได้

ขณะนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติ สังเกตดู ทุกวันที่ครูอยู่แถวนี้ พี่ๆกรรมการนักเรียนก็บอกไป สั่งไป ไม่เห็นฟัง หลายคนยังเล่น ยังพูด ยังคุยไม่หยุด รอครู ให้ครูดุเสียก่อน ต้องว่า รอให้ครูสั่ง ซ้ายหันขวาหัน รอการกำกับควบคุม จึงจะทำได้ หากครูปล่อย ครูไม่คุม ไปไม่เป็นเลย คิดไม่ออก คิดไม่ได้ สะเปะสะปะอย่างที่เห็น 

นี่ก็อีกอย่างเคยฝัน อยากเรียกว่าฝัน เพราะไม่เห็นแววจะเป็นจริง ทั้งที่ไม่น่ายาก อย่างนี้ได้มั้ย? นักเรียนจัดการกันเองทั้งหมด ครูไม่ต้องยุ่ง ครูแค่แอบๆดูบ้าง โดยซ่อนตัวตามห้องหับต่างๆบนอาคาร คอยแอบดูเท่านั้น ตรงนี้ เวทีนี้ นักเรียน ประธาน หรือกรรมการนักเรียน ดำเนินการเองทั้งหมด ประสาแค่กิจกรรมหน้าเสาธงที่เราทำกันทุกๆวัน ทำได้มั้ย? เหมือนจะได้ใช่มั้ย? แต่.. 

จึงอยากจะเรียกว่าฝันไง เพราะจนป่านนี้ยังไม่เคยเห็น ก็แค่นักเรียนมีความรับผิดชอบใช่มั้ย? รับผิดชอบตัวเอง ตระหนัก ในใจต้องเกิด ว่าเรื่องนี้สำคัญ ควรทำ ไม่ควรทำ เวลานี้ สถานที่นี้ ต้องทำอย่างไร ต้องทำอะไร 

แม้แต่เรื่อง“เฆี่ยนตี” ช่วงระเบียบศธ.นี้ออกใหม่ๆในสมัยรัฐมนตรีท่านหนึ่ง จำแม่นเลย ครูก็เห็นด้วยนะ จะได้เหมือนอารยประเทศเขา ประเทศที่เจริญแล้ว พัฒนาแล้วทั้งหลายเขาไม่ตี ลงโทษกันด้วยวิธีอื่นถ้าผิด แต่ต่อมาๆเริ่มคิด เริ่มสรุป ยังทำไม่ได้หรอก เลิกตีไม่ได้ กับนักเรียนบางคน..ไม้เรียวยังจำเป็น 

หนึ่งต้องโทษพ่อแม่เรื่องการดูแลอบรม สองต้องโทษครูที่ไม่สามารถจะสร้างให้นักเรียนเกิดความรับผิดชอบ ใจจริงผมโทษสภาพแวดล้อมของสังคมในขณะนี้ด้วย เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยปากออกไป อันเนื่องด้วยเวลา

ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเรื่องของครูอย่างผม“บ่นเด็กๆ”ที่หน้าเสาธง เมื่อเช้านี้เอง.. 

นึกถึงดวงอาทิตย์ ซึ่งถ่ายไว้เมื่อวานครับ แม้หมู่เมฆแน่นหนา แต่แสงก็ยังลอดผ่านจนได้

จะว่าเป็นความฝันของครูขณะนั้นเลยก็ว่าได้ แต่เวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้..ครูไม่มั่นใจแล้วว่าจะเป็นไปได้ ทั้งๆที่ไม่น่าใช่เรื่องยากเย็นอะไร ใช่มั้ยนักเรียน? แต่ก็ไม่ถึงกับสิ้นหวังหรอกนะ 

เพราะอะไร ก็แค่นักเรียนมีความรับผิดชอบ มีความตระหนัก อะไรควร อะไรไม่ควร ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แค่นั้นไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมไม่ได้

 

ขณะนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติ สังเกตดู ทุกวันที่ครูอยู่แถวนี้ พี่ๆกรรมการนักเรียนก็บอกไป สั่งไป ไม่เห็นฟัง หลายคนยังเล่น ยังพูด ยังคุยไม่หยุด รอครู ให้ครูดุเสียก่อน ต้องว่า รอให้ครูสั่ง ซ้ายหันขวาหัน รอการกำกับควบคุม จึงจะทำได้ หากครูปล่อย ครูไม่คุม ไปไม่เป็นเลย คิดไม่ออก คิดไม่ได้ สะเปะสะปะอย่างที่เห็น 

นี่ก็อีกอย่างเคยฝัน อยากเรียกว่าฝัน เพราะไม่เห็นแววจะเป็นจริง ทั้งที่ไม่น่ายาก อย่างนี้ได้มั้ย? นักเรียนจัดการกันเองทั้งหมด ครูไม่ต้องยุ่ง ครูแค่แอบๆดูบ้าง โดยซ่อนตัวตามห้องหับต่างๆบนอาคาร คอยแอบดูเท่านั้น ตรงนี้ เวทีนี้ นักเรียน ประธาน หรือกรรมการนักเรียน ดำเนินการเองทั้งหมด ประสาแค่กิจกรรมหน้าเสาธงที่เราทำกันทุกๆวัน ทำได้มั้ย? เหมือนจะได้ใช่มั้ย? แต่.. 

จึงอยากจะเรียกว่าฝันไง เพราะจนป่านนี้ยังไม่เคยเห็น ก็แค่นักเรียนมีความรับผิดชอบใช่มั้ย? รับผิดชอบตัวเอง ตระหนัก ในใจต้องเกิด ว่าเรื่องนี้สำคัญ ควรทำ ไม่ควรทำ เวลานี้ สถานที่นี้ ต้องทำอย่างไร ต้องทำอะไร

แม้แต่เรื่อง“เฆี่ยนตี” ช่วงระเบียบศธ.นี้ออกใหม่ๆในสมัยรัฐมนตรีท่านหนึ่ง จำแม่นเลย ครูก็เห็นด้วยนะ จะได้เหมือนอารยประเทศเขา ประเทศที่เจริญแล้ว พัฒนาแล้วทั้งหลายเขาไม่ตี ลงโทษกันด้วยวิธีอื่นถ้าผิด แต่ต่อมาๆเริ่มคิด เริ่มสรุป ยังทำไม่ได้หรอก เลิกตีไม่ได้ กับนักเรียนบางคน..ไม้เรียวยังจำเป็น 

หนึ่งต้องโทษพ่อแม่เรื่องการดูแลอบรม สองต้องโทษครูที่ไม่สามารถจะสร้างให้นักเรียนเกิดความรับผิดชอบ ใจจริงผมโทษสภาพแวดล้อมของสังคมในขณะนี้ด้วย เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยปากออกไป อันเนื่องด้วยเวลา

ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเรื่องของครูอย่างผม“บ่นเด็กๆ”ที่หน้าเสาธง เมื่อเช้านี้เอง.. 

นึกถึงดวงอาทิตย์ ซึ่งถ่ายไว้เมื่อวานครับ แม้หมู่เมฆแน่นหนา แต่แสงก็ยังลอดผ่านจนได้

คำถามที่ครูหลายคนถามตนเองอย่างเหนื่อยใจ ทำไมเด็กไทยไม่รู้จักระเบียบ

วันปลอดควันพิษจากไฟป่า

ไฟป่าเป็นปัญหาสำคัญสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งตามมาอีกทั้งยังเกิดผลกระทบต่อสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชนซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยสาเหตุของไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากมนุษย์แทบทั้งสิ้น ทั้งนี้เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังคงใช้ประโยชน์จากไฟในการประกอบอาชีพ เช่น การล่าสัตว์ การเก็บหาของป่า การเผาป่าเพื่อทำไร่เลื่อยลอย การกำจัดวัชพืชเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกจากสาเหตุดังกล่าวทำให้เกิดหมอกควัน ส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยหมอกควันที่ลอยอยู่มีฝุ่นละอองและควันพิษ ทำให้ประชาชนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ เกิดการระคายเคือง เหนื่อยง่าย หมอกควันจากไฟป่ายังทำให้เกิดทัศนวิสัยที่ไม่เหมาะสมต่อการจราจรทางอากาศ ทั้งยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภัยแล้งตามมา

นอกจากนี้ไฟป่ายังก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก (GREENHOUSE    EFFECT) ซึ่งมีผลทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเนื่องจากในขณะที่เกิดไฟป่า การเผาไหม้ก่อให้เกิดก๊าซชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ซึ่งเมื่อรวมกับก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ในกิจกรรมอุตสาหกรรม การคมนาคม ซึ่งสะสมก่อตัวเป็นชั้นหนาในบรรยากาศของโลก ทำให้ความร้อนที่แผ่จากผิวโลกกระจายกลับคืนสู่บรรยากาศไม่ได้ ปริมาณความร้อนที่สะสมอยู่บนโลกก็จะเพิ่มขึ้น ประกอบกับในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ตรวจพบการเผาป่ามากที่สุด ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาไฟป่าส่งผลกระทบประชาชนอย่างมาก

 ดังนั้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2524 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมป่าไม้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เสนอมาตรการควบคุมไฟป่า โดยให้จัดตั้งหน่วยงานป้องกันไฟป่าขึ้นโดยเฉพาะ พร้อมทั้งการขอความร่วมมือจัดตั้งหน่วยอาสาสมัคร เพื่อช่วยตรวจตราป้องกัน รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์การป้องกันไฟป่าขึ้นโดยด่วน ทั้งนี้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย ต่อมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (นายชวน หลีกภัย) ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 85/2542 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2542 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการไฟป่าแห่งชาติในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งระดมบุคลากรจากทุกหน่วยงาน เพื่อควบคุมไฟป่า รวมทั้งขอความร่วมมือจากองค์กรเอกชน และอาสาสมัครในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้จึงได้เสนอร่างโครงการวันปลอดควันพิษจากไฟป่า

ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 เห็นชอบและอนุมัติ ให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันปลอดควันพิษจากไฟป่า

งานสืบสานประเพณีบุญคูณลาน สืบสานตำนาน ข้าวหอมมะลิ

ข้าวเป็นพืชส่งออกสำคัญของไทย และอยู่คู๋สังคมไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษครั้งนี้จะเป็นการนำเสนอประเภณีไทยที่เกี่ยวข้องกับข้าวอย่างชัดเจนประเภณีหนึ่ง

งานสืบสานประเพณีบุญคูณลาน สืบสานตำนาน ข้าวหอมมะลิ อำนาจเจริญ
วันที่ : 12 – 15 มกราคม 2554

สถานที่ : หน้าที่ว่าการอำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ
กิจกรรม : ร่วมสืบสานประเพณีบุญคูณลาน โดยชาวบ้านจะนำข้าวเปลือกมากองเป็น “กุ้มข้าวใหญ่” หรือเจดีย์ข้าว มีการทำพิธีพุทธาภิเษกสมโภช การแสดง-เสียง การสาธิตวิถีชีวิตอีสาน นิทรรศการข้าวหอมเมืองอำนาจเจริญ
ความหมายของคำว่า “คูณลาน” หมายความว่าเพิ่มเข้า หรือทำให้มากขึ้นส่วนคำว่า “ลาน” คือสถานที่สำหรับนวดข้าว การนำข้าวที่นวดแล้วกองขึ้นให้สูง เรียกว่า “คูณลาน” การทำประเพณีบุญคูณลานกำหนดเอาเดือนยี่เป็นเวลาทำ เพราะกำหนดเอาเดือนยี่นี่เองจึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าบุญเดือนยี่ ดังบรรพบุรุษได้ผูกกลอนสอนให้ชาวบ้านเตรียมการก่อนทำบุญไว้ว่า
“เถิงฤดูเดือนยี่มาฮอดแล้วให้นิมนต์พระสงฆ์องค์เจ้ามาตั้งสวดมงคล
เอาบุญคูณข้าวเข้าป่าหาไม้เห็ดหลัวอย่าได้หลงลืมทิ่มฮีตเก่าคองเดิมเฮาเด้อ”
หมายความว่า เมื่อถึงฤดูเดือนยี่มาถึงให้นิมนต์พระสงฆ์มาสวดมงคลทำบุญคูณข้าว ให้จัดหาไม้มาไว้ทำฟืนสำหรับใช้ในการหุงต้มประกอบอาหาร อย่าได้หลงลืมประเพณีเก่าแก่แต่เดิมมาของเรา

พิธีกรรม
การทำบุญคูณลานของชาวบ้านจะไม่พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับการเก็บเกี่ยวข้าวว่าจะเสร็จเมื่อไร วันที่จะขนข้าวขึ้นเล้า (ฉางข้าว) นั่นแหละจะเป็นวันทำบุญคูณลานและทำที่นานั่นเลย แต่ก่อนที่จะทำการนวดข้าวนั้นให้ทำพิธีย้ายแม่ธรณีออกจากลานเสียก่อน และบอกกล่าวแม่โพสพมีอุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมดังนี้
๑. ใบคูณ ใบยอ อย่างละ ๗ ใบ ๖. ยาสูบ ๔ มวน
๒. เขาควายหรือเขาวัว ๑ คู่ ๗. หมาก ๔ คำ
๓. ไข่ ๑ ฟอง ๘. ข้าวต้ม ๑ มัด
๔. มัน ๑ หัว ๙. น้ำ ๑ ขัน
๕. เผือก ๑ หัว ๑๐. ขัน ๕ ดอกไม้ ธูปเทียน
เมื่อพร้อมแล้วก็บรรจุลงในก่องข้าว (หรือกระติ๊บข้าว) ยกเว้นน้ำและเขาควาย ซึ่งเรียกว่า “ขวัญข้าว” เพื่อเตรียมเชิญแม่ธรณีออกจากลานและบอกกล่าวแม่โพสพ นำก่องข้าว เขาควาย ไม้นวดข้าว ๑ คู่ ไม้สน ๑ อัน คันหลาว ๑ อัน มัดข้าว ๑ มัด ขัดตาแหลว ๑ อัน (ตาแหลว เป็นอุปกรณ์ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้คาถากุ้มข้าวใหญ่ของลานอื่นดูดไป) นำไปวางไว้ที่หน้าลอมข้าว(กองข้าว) เสร็จแล้วเจ้าของนาก็ตั้งอธิษฐานว่า “ขอเชิญแม่ธรณีได้ย้ายออกจากลานข้าว และแม่โพสพอย่าตกอกตกใจไปลูกหลานจะนวดข้าวจะเหยียบย่ำอย่าได้โกรธเคืองหรืออย่าให้บาป” อธิษฐานแล้วก็ดึงเอามัดข้าวที่ฐานลอม (กองข้าว) ออกมานวดก่อนแล้วเอาฟ่อนฟางข้าวที่นวดแล้วห่อหุ้มก่องข้าวมัดให้ติดกัน เอาไม้คันหลาวเสียบฟาง เอาตาแหลวผูกติดมัดข้าวที่เกี่ยวมาจากนาตาแฮกเข้าไปด้วย แล้วนำไปปักไว้ที่ลอมข้าวเป็นอันว่าเสร็จพิธี ต่อไปก็ลงมือนวดข้าวทั้งลอมได้เลย เมื่อนวดเสร็จก็ทำกองข้าวให้เป็นกองสูงสวยงาม เพื่อจะประกอบพิธีบายศรีสูตรขวัญให้แก่ข้าว โดยเอาต้นกล้วย ต้นอ้อย และตาแหลวไปปักไว้ข้างกองข้าวทั้ง ๔ มุม นำตาแหลวและขวัญข้าวไปวางไว้ยอดกองข้าวพันด้วยด้ายสายสิญจน์รอบกองข้าวแล้วโยงมายังพระพุทธรูป ถึงวันงานก็บอกกล่าวญาติพี่น้องให้มาร่วมทำบุญ นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ เสร็จแล้วก็ถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนาประพรมน้ำมนต์ นำพระพุทธมนต์ไปรดกองข้าว วัว ควาย เมื่อเสร็จพิธีทางพระสงฆ์แล้วก็จะเป็นการประกอบพิธีบายศรีสูตรขวัญให้แก่ข้าว

จุดมุ่งหมายของการทำประเพณีบุญคูณลานก็เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ข้าวในลานของตน และเพื่อเป็นการขออานิสงส์ต่างๆ
การสูตรขวัญข้าวจะกระทำที่ลานนาหรือที่ลานบ้านก็ตามแต่จะสะดวก หลังสู่ขวัญข้าวเสร็จก็จะเป็นการขนข้าวขึ้นยุ้ง ก่อนขนขึ้นยุ้งเจ้าของจะต้องไปเก็บเอาใบคูณและใบยอเสียบไว้ที่เสายุ้งข้าวทุกเสา ซึ่งถือเป็นเคล็ดว่าขอให้ค้ำคูณยอ ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป และเชิญขวัญข้าวและแม่โพสพขึ้นไปยังเล้าด้วย

 

ย้ำกำหนดการ

จัดงานสืบสานประเพณีบุญคูณลาน จังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปีพุทธศักราช 2554

ระหว่างวันที่ 12-15 มกราคม 2554

  สนามที่ว่าการอำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี ( อุบลราชธานี : ยโสธร : อำนาจเจริญ )

Oonsura Quest18[Quest#1]ภาระ หน้าที่ ความรับผิดชอบในบ้าน3

ภาระหน้าที่อย่างสุดท้ายการตากเสื้อผ้าทำทุกคั้งที่มีการซีกผ้าครับ

    

 

 

 

 

Oonsura Quest18[Quest#1]ภาระ หน้าที่ ความรับผิดชอบในบ้าน2

การทำควทมสะอาดบ้านอีกภาระหน้าที่ที่ทำมา โดยตอนแรกประมาร 10 ขอบพ่อแม่จ้างให้ถูบ้าน แต่พอโตขึ้นก็ไม่เอาค่าสจ้างแล้วโดยทำอาทิตย์ละครั้งครับ